ทุกวันนี้กระแสดนตรี, หนัง หรือละครเกาหลีนับวันมีแต่จะแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเอเชียและโดยเฉพาะในเมืองไทยของเรา แต่กระนั้นแม้แต่คนเกาหลีเองก็ยังยอมรับว่าคุณภาพละครของพวกเขายังตามหลังละครจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นอยู่หลายช่วงตัวทีเดียว
"ข้อเปรียบเทียบระหว่างการสร้างละครของญี่ปุ่นและเกาหลี" ผลงานวิจัยของ คิมยังดุ๊ก จากการเผยแพร่ของสถาบันกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ของเกาหลี สรุปถึงปัจจัยสำคัญๆ ที่ส่งผลให้ละครที่มาจากเกาหลีใต้ยังตามไม่ทันละครจากญี่ปุ่นในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยทางด้านการจ่ายค่าตัวดาราเกาหลีที่มากกว่าวงการบันเทิงญี่ปุ่นให้นักแสดงของพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสัดส่วนที่ไม่สมดุลนี้ส่งผลต่อคุณภาพของงานโดยตรง เมื่อดาราเกาหลีได้ค่าจ้างเป็นเงินถึง 60% ของทุนสร้างละครทั้งเรื่อง แต่ดาราญี่ปุ่นได้ค่าแรงจากผู้จัดเพียงแค่ 20-30% ของทุนสร้างทั้งหมดเท่านั้น
"การจ่ายค่าจ้างนักแสดงเกินจริงทำให้งบละครบานปลาย ส่งผลถึงการหดหายของกำไร เกาหลีควรจะมีระบบการจ่ายค่าจ้างดาราที่เหมาะสมเสียที" ผลวิจัยกล่าว
เหตุผลที่ผู้สร้างละครญี่ปุ่นไม่ต้องหมดเงินไปกับการโก่งค่าตัวของเหล่านักแสดง เนื่องจากมีการตกลงค่าจ้างจากฐานข้อมูลที่จัดเก็บมาอย่างดี ซึ่งเรียกกันว่า "ศักยภาพในการสร้างเรตติ้ง" (potential ratings) ของดาราแต่ละคน ซึ่งเป็นข้อมูลที่วัดความดังของบรรดานักแสดงจากผลงานละครของพวกเขา รวมทั้งจำนวนครั้งของการออกโทรทัศน์และตามสื่ออื่นๆ ในรอบ 3 ปีล่าสุด
ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มา จะเป็นตัววัดว่าดาราแต่ละคนควรจะได้ค่าแรงอย่างเหมาะสมในละครแต่ละเรื่องเป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งในงานวิจัยครั้งนี้ ได้นำค่าตัวดาราญี่ปุ่นที่ได้ในแต่ละตอนจากระบบดังกล่าวมาเปิดเผยด้วย เช่น มัตสึชิมะ นานาโกะ (GTO) มีค่าตัวอยู่ที่ 4.5 ล้านเยน (1.6 ล้านบาท) จากค่า potential ratings ที่ 14.8% นาคามะ ยูกิเอะ (Gokusen) ได้ไป 3 ล้านเยน (1.07 ล้านบาท) จากค่า potential ratings ที่ 14.1% ทาคูยะ คิมูระ (Hero) ได้ไป 3.5 ล้านเยน (1.24 ล้านบาท) จากค่า potential ratings ที่ 13.1%